counter 2,736

:: ปลูกป่าชายเลน การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ::

อากาศร้อนๆแบบนี้ทำให้นึกถึงทะเล
เดือนมีนาแล้ว..ร้อนได้สะใจมาก
ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเดือนเมษาจะร้อนขนาดไหน -_-!

หนีร้อนไปทะเลกันดีกว่า
แต่ทะเลที่จะพาไปคราวนี้ไม่ใช่ทะเลสวยๆ
แต่เป็นทะเลโคลนๆเค็มๆ เผชิญดินเหนียวๆนุ่มๆได้บรรยากาศสนุกไปอีกแบบ

ใช่แล้น..!! เรากำลังจะพาเข้าสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ปลูกป่าชายเลนนั่นเอง
--------------------------------------

บ้านคลองโคนรีสอร์ทคือรีสอร์ทที่พวกเราไปพัก
http://www.baanklongclone.com/
ในเวปมีบอกการเดินทาง แผนที่และเบอร์ติดต่อเจ้าของรีสอร์ท
(อาหารทะเลอร่อยมั่กๆนะขอบอก..สดด้วยหล่ะ แจ่มสุดๆ)

หากปิดเทอมนี้กำลังว่างๆไม่มีอะไรทำ
อยากไปเที่ยวกันเป็นหมู่คณะใหญ่ๆ
หรือว่ากำลังหาสถานที่รับน้อง..
แนะนำเล้ยยย...ไปปลูกป่าชายเลนกันดีกว่า
นานๆทีทำอะไรดีๆก็ดีเหมือนกันเน้อ...

การเดินทางไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่สมุทรสงคราม
อย่าคิดว่าสมุทรสงครามมีแต่นาเกลือให้เห็นอย่างเดียว จุ๊ๆ..
นอกเหนือจากอัมพวา, ดอนหอยหลอด อันขึ้นชื่อและโด่งดัง
สมุทรสงครามยังมีป่าชายเลนเป็นสถานที่ให้เราศึกษาหาความรู้อีกที่หนึ่ง

-------------------------------------

ในเรื่องของการปลูกป่าครั้งนี้ ทางรีสอร์ทเป็นคนจัดการเรื่องต้นกล้าที่จะนำไปปัก
และพาเราไปยังปากอ่าวป่าชายเลน.. นอกเหนือจากการปักต้นกล้าแล้ว
เรายังได้ของแถมคือหอยแครง (ตักขึ้นมาจากโคลน)
นอกจากนั้นก็มีปูก้ามโตๆตัวเป็นๆให้ดู

เคยเห็นสภาพป่าชายเลนจริงๆกันบ้างไหม (นอกเหนือจากที่ดูในทีวี)
ทุกวันนี้ป่าชายเลนหายไปเป็นจำนวนมาก
ส่วนหนึ่งเกิดจากธรรมชาติและส่วนหนึ่งเกิดจากเรา
การปลูกป่าชายเลนเป็นการช่วยป้องกันการกัดเซาะของน้ำ
เพราะต้นโกงกางมีรากที่แข็งแรงคอยยึดดินไว้ไม่ให้ถูกเซาะ
และยังเป็นการสร้างระบบนิเวศน์ให้กับธรรมชาติด้วย

 

แต่การที่เราเอาต้นกล้าไปปักนั้นก็ไม่ได้รับประกันว่าต้นไม้จะรอดทุกต้น
ราวๆ 50%เท่านั้นที่สามารถเติบโตเป็นต้นโกงกางที่แข็งแรงได้

ทุกวันนี้เป็นผู้ทำลายกันอย่างไม่รู้ตัวแล้ว
ลองมาเป็นผู้สร้างกันดูบ้างนะ..

(รูปไม่ได้ถ่ายเองน่ะ..จิ๊กมาจากพี่ที่ไปด้วยกัน..หุหุ)

:: ปลูกป่าชายเลน การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ::

อากาศร้อนๆแบบนี้ทำให้นึกถึงทะเล
เดือนมีนาแล้ว..ร้อนได้สะใจมาก
ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเดือนเมษาจะร้อนขนาดไหน -_-!

หนีร้อนไปทะเลกันดีกว่า
แต่ทะเลที่จะพาไปคราวนี้ไม่ใช่ทะเลสวยๆ
แต่เป็นทะเลโคลนๆเค็มๆ เผชิญดินเหนียวๆนุ่มๆได้บรรยากาศสนุกไปอีกแบบ

ใช่แล้น..!! เรากำลังจะพาเข้าสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ปลูกป่าชายเลนนั่นเอง
--------------------------------------

บ้านคลองโคนรีสอร์ทคือรีสอร์ทที่พวกเราไปพัก
http://www.baanklongclone.com/
ในเวปมีบอกการเดินทาง แผนที่และเบอร์ติดต่อเจ้าของรีสอร์ท
(อาหารทะเลอร่อยมั่กๆนะขอบอก..สดด้วยหล่ะ แจ่มสุดๆ)

หากปิดเทอมนี้กำลังว่างๆไม่มีอะไรทำ
อยากไปเที่ยวกันเป็นหมู่คณะใหญ่ๆ
หรือว่ากำลังหาสถานที่รับน้อง..
แนะนำเล้ยยย...ไปปลูกป่าชายเลนกันดีกว่า
นานๆทีทำอะไรดีๆก็ดีเหมือนกันเน้อ...

การเดินทางไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่สมุทรสงคราม
อย่าคิดว่าสมุทรสงครามมีแต่นาเกลือให้เห็นอย่างเดียว จุ๊ๆ..
นอกเหนือจากอัมพวา, ดอนหอยหลอด อันขึ้นชื่อและโด่งดัง
สมุทรสงครามยังมีป่าชายเลนเป็นสถานที่ให้เราศึกษาหาความรู้อีกที่หนึ่ง

-------------------------------------

ในเรื่องของการปลูกป่าครั้งนี้ ทางรีสอร์ทเป็นคนจัดการเรื่องต้นกล้าที่จะนำไปปัก
และพาเราไปยังปากอ่าวป่าชายเลน.. นอกเหนือจากการปักต้นกล้าแล้ว
เรายังได้ของแถมคือหอยแครง (ตักขึ้นมาจากโคลน)
นอกจากนั้นก็มีปูก้ามโตๆตัวเป็นๆให้ดู

เคยเห็นสภาพป่าชายเลนจริงๆกันบ้างไหม (นอกเหนือจากที่ดูในทีวี)
ทุกวันนี้ป่าชายเลนหายไปเป็นจำนวนมาก
ส่วนหนึ่งเกิดจากธรรมชาติและส่วนหนึ่งเกิดจากเรา
การปลูกป่าชายเลนเป็นการช่วยป้องกันการกัดเซาะของน้ำ
เพราะต้นโกงกางมีรากที่แข็งแรงคอยยึดดินไว้ไม่ให้ถูกเซาะ
และยังเป็นการสร้างระบบนิเวศน์ให้กับธรรมชาติด้วย

 

แต่การที่เราเอาต้นกล้าไปปักนั้นก็ไม่ได้รับประกันว่าต้นไม้จะรอดทุกต้น
ราวๆ 50%เท่านั้นที่สามารถเติบโตเป็นต้นโกงกางที่แข็งแรงได้

ทุกวันนี้เป็นผู้ทำลายกันอย่างไม่รู้ตัวแล้ว
ลองมาเป็นผู้สร้างกันดูบ้างนะ..

(รูปไม่ได้ถ่ายเองน่ะ..จิ๊กมาจากพี่ที่ไปด้วยกัน..หุหุ)

:: เกาะกูด ทริปในฝัน ภาค2 ::

นี่ก็ตีสามแล้ว
กลับเข้าสู่วัฎจักรการสอบอีกรอบ
คือพรุ่งนี้มีสอบอ่ะนะ
แต่ไอ้คนเขียนไดมันยังอุตส่าห์แว๊บมาอัพอีก (ด่าตัวเอง)

ก็อ่านหนังสือมากๆง่วงนี่หว่า... เนอะ
-------------------------------

ต่อจากตอนที่แล้วดีกว่า..ฮ่า

หลังจากที่ทุกคนหลับเป็นตาย
พอตอนเที่ยงเราก็ปลุกแต่ละทั่นเพื่อที่จะไปดำน้ำ
การเหมาเรือไปเอง (ไม่ต้องไปกับรีสอร์ท)มีข้อดีหลายอย่าง
อย่างหนึ่งก็คือ เราอยากแวะดำน้ำที่ไหนหรือไปหาดไหน
ลุงคนขับจัดให้หมด..ไม่มีคำว่าไม่ได้

และที่น่าประทับใจอีกอย่างก็คือ..
แม้พวกเราหลายคนว่ายน้ำเป็น
ตอนดำน้ำก็จะมีคนคอยมาประกบ คอยดูว่าพวกเราเป็นยังไง
เผื่อใครสูญหายไปจะได้ช่วยเหลือทัน..
และให้คำชี้แนะในการใส่สนอคเกิ้ลก่อนดำน้ำ

เยี่ยมจริงๆจอร์จ.....

 

-------------------------------

ดำน้ำกันจนตัวดำจนถึงห้าโมงเย็น
ก็ได้เวลากลับรีสอร์ท
ก่อนกลับลุงคนขับพาแวะไปหาดๆนึง
เข้าใจว่าน่าจะเป็นหาดคลองเจ้านะ ...ชายหาดสวยมากมาย
ทรายละเอียด..น้ำใสมากกกกก..ไม่แพ้ทะเลฝั่งอันดามันเลยหล่ะ


----------------------------------

เมนูตอนเย็นก็ฝากท้องไว้กับรีสอร์ท
อาหารทุกอย่างอร่อยโคตร..และสดมากกกก
กินกันกระจาย อิ่มสุดๆ

และทุกคนต่างก็เหนื่อยมาก
อย่างเราเอง.. สองทุ่มก็หลับแล้ว
หลับสนิทติดทน (หนาวด้วย)
ตื่นมาอีกทีก็หกโมงเช้าแล้ว
ก็เลยออกมาถ่ายรูปแถวๆนั้น มีเพื่อนอีกคนที่ตื่นเช้าเหมือนกัน
นอกนั้นหลับไม่ยอมตื่น...

--------------------------------

ก่อนเดินทางกลับ ให้ลุงพาไปน้ำตกคลองเจ้า
เค้าว่ากันว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในเกาะกูด
น้ำเยอะที่สุดด้วย.. (เกาะกูดมีน้ำตกสามแห่งด้วยกัน)
แต่หน้านี้หน้าแล้งอ่ะ... ดังนั้นน้ำก็เลยไม่ค่อยมี
ยังคิดกันอยู่เลยว่ามีใครแอบเอาท่อประปาไปติดไว้ด้านบนหรือเปล่าวะ...ฮ่าๆ

--------------------------------

หลังจากเที่ยวน้ำตกเสร็จก็เก็บของเตรียมตัวกลับ
เสียดายที่พักแค่คืนเดียว.. ใจจริงอยากอยู่กันนานกว่านี้
แต่มีสอบ ก็เลยทำให้ต้องรีบกลับมา T_T

ก็คิดว่าจะไปเที่ยวอีกครั้งนะ..เพราะยังเก็บตกเกาะกูดไม่หมด
ครั้งหน้ามีใครสนใจจะร่วมทริปบ้างไหม...หุหุ

-------------------------------

สรุปค่าใช้จ่าย :
หมดไปแค่ 3200 ซึ่งถือว่าถูกมากถ้าไปเกาะกูด
(รวมหมดทุกอย่างตั้งแต่เดินทางออกจากกรุงเทพไปตราด
ค่าเรือ ค่ารถสองแถว ค่ากิน ค่าที่พัก ค่าดำน้ำ-น้ำตก)
ถ้าไป 3 วันก็คิดว่าไม่น่าเกิน 3600
แต่ยิ่งคนไปกันเยอะ ค่าใช้จ่ายจะยิ่งถูก

ส่วนใหญ่ตามรีสอร์ทต่างๆในละแวกเกาะกูด
ราคาแพคเกจจะอยู่ที่ 5000up (3วัน2คืน)
(รวมเรือรับส่ง ที่พัก อาหาร ดำน้ำ พายเรือ)
แต่ไม่รวมค่าเดินทางไปตราดนะ ;)

ก็คิดดูว่ากำไรต่อหัวกันขนาดไหน..
ทำให้เราชักอยากเปิดบริษัทรับจัดทริปซะแล้วสิ..ฮ่า

ราคาค่าโดยสารการเดินทาง
กรุงเทพ-ตราด : ศุภรัตน์ทัวร์ 248 บาท/เที่ยว (ขึ้นรถที่หมอชิตใหม่)
ค่ารถสองแถว ตราด-แหลมศอก : คนละ 38บาท/เที่ยว
แต่ไปกันเยอะได้ราคาเหมาอยู่ที่ 300 บาท (ไม่ควรเกินราคานี้)
ค่าเรือสปีทโบ๊ท : 17000/2วัน แต่ถ้าไปสามวันราคา = 18000
(ไป-กลับตราดและเกาะกูด, พาไปดำน้ำ)
ราคาที่พัก เกาะกูดง่ามโข่ : บ้านพัก 650/คืน (ขอเบียดได้ซักสี่คนก็ยังได้)
กางเตนท์ 200/คน/คืน (ลองคุยกับเจ้าของดูได้)
อย่างทริปนี้ลุงแกใจดี ไม่คิดค่ากางเต็นท์
ค่าข้าว : ของบนเกาะจะแพงกว่าที่ฝั่ง ..แต่รีสอร์ทนี้ไม่ได้แพงอะไรมากมาย
อย่าง ABF อยู่ที่ 70บาท ซึ่งถูกกว่าไปเสม็ดอีก (100บาท)
พวกข้าวผัดทะเลก็คิดจานละ 60 ...อย่างทริปนี้ 9คน อาหาร 5 มื้อหมดไป 5800เท่านั้นเอง

ข้อมูลเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังตัดสินใจจะไปเที่ยวเกาะกูดเน้อ
ไปเกาะกูดไม่ยากอย่างที่คิด...ขอเพียงมีใจ (ที่จะไปฝ่าฝันกับคลื่นลมทะเลที่เอาแน่เอานอนไม่ได้)
และความอดทน (ในการนั่งเรือ)...เท่านั้นก็พอ..หุหุ

ลป. แต่ถ้าหากคุณเป็นคนๆเดียวที่คิดจะแบกเป้ไป
แล้วไม่รู้จะไปขึ้นเรือยังไง..
ก็จะมีเรือเฟอรี่ขึ้นได้ที่ด่านเก่า ราคาอยู่ที่ 500/เที่ยว
แต่อาจนั่งเมื่อยก้นซักหน่อยเพราะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.
เชครายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.tat.or.th
หรือว่าจะสอบถามรีสอร์ทที่จองไว้ก็ได้


ikai